มือถือเมมเต็ม ทำยังไงดี

ถ้าคุณกำลังมีปัญหามือถือเมมเต็ม ลองมาดูวิธีการเหล่านี้ที่เราขอแนะนำเพื่อช่วยเคลียร์พื้นที่ในมือถือของคุณ แก้ปัญหาความจำเต็ม ทำยังไงได้บ้าง มาดูกัน


1. ลบไฟล์ขยะ

ไฟล์ขยะ เป็นไฟล์ชั่วคราวที่สร้างโดยแอพต่างๆ เพื่อใช้ในการทำงาน เช่น ไฟล์แคช ไฟล์บันทึกการเข้าถึง ฯลฯ ซึ่งไฟล์ขยะเหล่านี้มักจะมีขนาดใหญ่แต่สามารถลบได้โดยไม่กระทบต่อการใช้งานแอพ

วิธีการลบไฟล์ขยะ สามารถทำได้ดังนี้

ไปที่การตั้งค่า > แอพพลิเคชัน เลือกแอพพลิเคชั่นที่ต้องการลบไฟล์ขยะ แตะที่เก็บข้อมูล แตะที่ ล้างแคช นอกจากนี้ยังมีแอพพลิเคชั่นทำความสะอาดไฟล์ขยะที่เราสามารถดาวน์โหลดมาใช้งานได้ เช่น CCleaner, SD Maid, Clean Master เป็นต้น แอพเสริมเหล่านี้สามารถช่วยคุณลบแคชหรือไฟล์ขยะได้อย่างง่ายดายเพียงไม่กี่คลิก

2. ลบไฟล์ที่ไม่ได้ใช้งาน

ลบไฟล์ที่ไม่ได้ใช้งาน หรือไฟล์ที่ไม่จำเป็นเป็นประจำ เช่น รูปภาพ วิดีโอ ไฟล์เอกสาร ไฟล์เสียง หรือประวัติการสนทนาใน chat เป็นต้น ถ้าหากเราไม่ได้ใช้งานแล้ว แนะนำให้ลบออกเพื่อเพิ่มพื้นที่ว่างในเครื่องของคุณ

วิธีลบไฟล์ที่ไม่ได้ใช้งานสามารถทำได้ดังนี้

  • เข้าไปที่ ไฟล์
  • เลือกโฟลเดอร์ที่ต้องการลบไฟล์
  • เลือกไฟล์ที่ต้องการลบ
  • แตะที่ ลบ

3. ย้ายไฟล์ไปยังที่เก็บข้อมูลภายนอก

หากมีพื้นที่ว่างในเครื่องไม่เพียงพอ เราสามารถย้ายไฟล์หรืออัพโหลดไฟล์ที่ต้องการไปเก็บที่ที่เก็บข้อมูลภายนอกได้ เช่น หน่วยความจำภายนอก หรือ cloud เช่น Google Drive, OneDrive, iCloud เป็นต้น (อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ขึ้นอยู่กับปริมาณที่คุณต้องการ)

4. รีเซ็ตเครื่อง

หากวิธีอื่นๆ ข้างบนยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้ แนะนำให้ลองรีเซ็ตเครื่องโทรศัพท์ โดยรีเซตเครื่องใหม่แบบ Factory Reset แต่เราควรจัดเก็บข้อมูลสำคัญให้เรียบร้อยก่อนแล้วค่อยตัดสินใจทำ เพราะวิธีนี้จะทำให้ข้อมูลทั้งหมดหายไป

มือถือแอนดรอยด์หาย ตามยังไงดี

การหาโทรศัพท์แอนดรอยด์ที่หายไปสามารถทำได้หลายวิธี และนี่คือขั้นตอนที่คุณสามารถลองทำตามได้ :

  1. ใช้บริการหาโทรศัพท์ของผู้ผลิต: บางบริษัทผู้ผลิตโทรศัพท์มักมีบริการให้คุณติดตามหาโทรศัพท์ของคุณผ่านอินเทอร์เน็ต โดยใช้บัญชีผู้ใช้ของคุณที่ลงทะเบียนกับอุปกรณ์ เช่น Find My Device ของ Google.
  2. โทรหาหมายเลขของโทรศัพท์: หากคุณเคยตั้งค่าหมายเลขโทรศัพท์ของคุณในอุปกรณ์หายไป คุณสามารถโทรหาหมายเลขนี้ด้วยโทรศัพท์อื่น เพื่อดูว่าใครครอบครองหรือตอบโทรได้หรือไม่
  3. ใช้แอปพลิเคชัน: มีแอปพลิเคชันหลายระบบที่ช่วยให้คุณติดตามหรือควบคุมอุปกรณ์ที่หายไป อาทิเช่น Cerberus, Prey, Find My Device ของ Google, หรือแม้กระทั่งแอปของบริษัทผู้ผลิตโทรศัพท์เอง เช่น Samsung Find My Mobile.
  4. การโทรหาผู้ใช้งาน: หากคุณสูญเสียโทรศัพท์ในสถานที่ที่คุณได้แนะนำไว้กับคนอื่น เช่น ที่ทำงานหรือบ้านของคุณ คุณสามารถโทรหาไปยังสถานที่เหล่านั้นเพื่อดูว่ามีใครพบหรือไม่.
  5. รายงานสูญหาย: หากคุณมีข้อมูลเชิงส่วนต่างๆ ในโทรศัพท์ที่หายไป เช่น บัตรเครดิต, บัตรประจำตัว, หรือข้อมูลส่วนตัวอื่นๆ คุณควรรายงานให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานตำรวจหรือผู้ให้บริการโทรศัพท์เพื่อป้องกันการใช้ข้อมูลที่ผิดกฎหมายหรือการฉ้อโกง.

การดำเนินการอย่างรวดเร็ว อาจช่วยให้คุณได้รับโทรศัพท์ของคุณกลับมาได้เร็วขึ้น อย่าลืมทำสำเนาข้อมูลสำคัญและทำเป็นประจำทุกครั้งเมื่อคุณมีโทรศัพท์ใหม่เพื่อป้องกันการสูญหายข้อมูลในอนาคตด้วยนะ!

Mastering Mobile Photography: Techniques and Tips

In the era of advanced smartphones equipped with high-quality cameras, mastering mobile photography has become an essential skill for capturing life’s moments with ease and finesse. Whether you’re a novice or a seasoned photographer, these techniques and tips will help you elevate your mobile photography game to the next level:

1. Understanding Camera Settings:

  • Familiarize yourself with your phone’s camera settings. Learn how to adjust focus, exposure, ISO, and white balance to capture the perfect shot in various lighting conditions.
  • Experiment with different shooting modes such as HDR, Portrait, Night Mode, and Pro Mode to unleash the full potential of your camera.

2. Composition and Framing:

  • Follow the rule of thirds to compose visually appealing images. Place your subject off-center for a balanced composition.
  • Pay attention to framing and perspective. Experiment with different angles and viewpoints to add depth and interest to your photos.

3. Lighting Techniques:

  • Embrace natural light whenever possible. Shoot during the golden hours—early morning or late afternoon—for soft, flattering light.
  • Avoid harsh shadows by diffusing light sources. Use curtains, trees, or reflective surfaces to soften sunlight or artificial light.

4. Utilizing Third-Party Apps:

  • Explore third-party camera apps with advanced features and manual controls. Apps like ProCam, Camera+ 2, and Adobe Lightroom offer greater flexibility and creative control over your shots.
  • Experiment with photo editing apps like Snapseed, VSCO, and Adobe Photoshop Express to enhance colors, adjust exposure, and add artistic effects to your photos.

5. Stability and Focus:

  • Keep your phone steady to avoid blurry images. Use both hands to hold your phone securely or invest in a mini tripod for added stability.
  • Tap to focus on your subject to ensure sharpness and clarity. Adjust focus and exposure by tapping on different areas of the screen before taking a shot.

6. Post-Processing and Editing:

  • Don’t underestimate the power of post-processing. Fine-tune your photos using editing tools to enhance colors, contrast, and sharpness.
  • Experiment with filters, presets, and creative effects to give your photos a unique style and personality while staying true to your vision.

7. Practice and Experimentation:

  • Practice makes perfect. Take every opportunity to hone your mobile photography skills by capturing a wide range of subjects and scenes.
  • Don’t be afraid to experiment with different techniques, styles, and settings. Push the boundaries of your creativity to discover your unique photographic voice.

By incorporating these techniques into your mobile photography workflow, you’ll be able to capture stunning images that truly stand out. Remember, the best camera is the one you have with you, so make the most of your smartphone’s capabilities and unleash your creativity wherever you go.

Start snapping, exploring, and creating with your mobile phone today!

โปรเน็ตดีแทค 220 บาท

โปรเน็ตดีแทค 220 บาท ต่อสัปดาห์ ราคาสุดคุ้ม

เฉลี่ย 7 วัน ตกเพียงวันละ 31 บาท มีให้คุณเลือกสองแบบ ตามลักษณะการใช้งาน ดังนี้

  1. ใช้เน็ตได้ไม่จำกัด ที่ความเร็ว 4 Mbps สามารถใช้โดยความเร็วไม่ตก
  2. ใช้เน็ตได้เต็มสปีด ที่ความเร็ว 4 MB จนครบ 7 GB ความเร็วจะลดลงเหลือ 128 kpbs
โปรเน็ตดีแทค 220 บาท

โปรเน็ตดีแทค 199 บาท

โปรเน็ตดีแทค 199 บาท

โปรเน็ตดีแทค ที่จะให้ความเร็วให้คุณได้เต็มสปีด 100 Mbps  ซึ่งสามารถใช้ได้จนครบ 1 GB ในราคาสุดคุ้ม เพียงเดือนละ 199 บาท

โปรเน็ตดีแทค 29 บาท  

โปรเน็ตดีแทค 29 บาท

โปรเน็ตใช้ได้ไม่จำกัด ที่ความเร็ว 1 Mbps สามารถใช้โดยความเร็วไม่ตก ในราคาวันละ 29 บาทเท่านั้น สุดคุ้ม สมัครง่าย เพียงแค่กดปุ่มสมัครโปรนี้ แล้วโทรออกได้เลย